วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

5 ด่านสร้างความคิดสร้างสรรค์

19 มีนาคม 2552 ผมได้รับจดหมายเชิญจากคณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา ว่าจะมีการจัดโครงการส่งเสริมการจัดการที่ยั่งยืนของ ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภาคตะวันออก (KSME Care) ฝึกอบรมด้านบริหารธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการภาคตะวันออก โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกสิกรไทย จึงได้เชิญให้ผมมาบรรยายเรื่อง “Creativity and Innovation" ในวันที่ 23 มิถุนายน 2552 เวลา 18.00-21.00 น. ณ ห้องประชุมสร้อยเพชร โรงแรมโกลเด้นซิตี้ จังหวัดระยอง

อนุเสาวรีย์ Spirit of Innovation ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวแทนความหมายของนวัตกรรม

++++++++++++++++++++++++++++++++++

สารภาพก่อนว่า ผมมีความตั้งใจอยากจะบรรยายเรื่องความคิดสร้างสรรค์กับนวัตกรรมมานานแล้ว แต่ยังไม่มีใครชวนเสียที เลยอาศัยแนวคิดเหล่านี้ฝังไปในเรื่องของการบรรยายอีคอมเมิร์ช, การพยากรณ์ตลาด หรือโอกาสธุรกิจ โดยพยายามใช้เรื่อง "ความแตกต่าง" เป็นจุดเชื่อมโยง เพราะหากพูดถึงนวัตกรรมแล้ว คนมักคิดว่าเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ยากแก่การเข้าใจ ดูอย่างอนุเสาวรีย์ที่ฝรั่งปั้นเพื่อรำลึกถึงความสำคัญของนวัตกรรม ยังเป็นรูปคนถือหลอดแก้วทดลองเลย
++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อทางคณะผู้จัดแจ้งผมล่วงหน้า 3 เดือน ก็เลยมีเวลาไปรวบรวมข้อมูลเดิม และติดตามความคืบหน้าว่านวัตกรรมในปัจจุบัน มีอะไรน่าสนใจ ไปเดินงานที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดขึ้นที่ศูนย์สิริกิตต์เมื่อเดือนมิถุนายนด้วย สัมภาษณ์ผู้ประดิษฐ์คิดค้นที่ได้นวัตกรรม หาสินค้าต่างๆ ที่เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจและได้รับรางวัลเตรียมไปให้ผู้เข้าอบรมเห็น และได้สัมผัสกับของจริง เพราะถ่ายภาพไป ก็จะไม่รู้ถึงวัตถุดิบ, ขนาดหรือรายละเอียดต่าง ว่าเขาใช้อะไรทำ (บางอย่างต้องใช้ดม ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษ) เลยขนใส่กระเป๋าไปใบเบ้อเร่อ
++++++++++++++++++++++++++

ปัญหาต่อมาคือรูปแบบการบรรยาย หลักการสำคัญคือ คิดแล้วต้องทำให้เกิดประโยชน์ ตอนที่คุณเกด ผู้ประสานงาน โทรมาทวงเอกสารประกอบการบรรยาย ผมจึงส่งให้ไปเพียง 6 สไลด์ แถมยังเป็นสไลด์ที่ผู้อบรมต้องหาคำตอบจากการฟัง แล้วเติมคำในช่องว่างเองด้วย

ประเด็นนี้ สุ่มเสี่ยงกับคะแนนประเมินวิทยากร เพราะมีข้อของ "เอกสารประกอบการบรรยาย" ด้วยว่าดีหรือเปล่า !?
++++++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าเป็นหัวข้อ อีคอมเมิร์ช ผมไม่มีปัญหานั้นอยู่แล้ว เพราะถ้าเขียนเป็นหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คได้ตั้ง 2 เล่ม กับเอกสารบรรยาย ยิ่งเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าเป็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เราจะไปกำหนดกรอบความคิดเขาทำไม ในเมื่อวัตถุประสงค์คือ ต้องการให้เขาคิดสร้างสรรค์ พัฒนา ขยายองศาการมองเห็นสิ่งรอบตัว ซึ่งเอกสารการบรรยายบางครั้งก็ทำให้คนไม่สนใจฟังที่วิทยากรบรรยายเท่าที่ควร เพราะคิดว่ามีเอกสารอยู่แล้วกลับบ้านไปก็อ่านเอาเองได้

ดังนั้นหลักการเรียนในครั้งนี้ เขาเข้าใจอย่างไร ก็บันทึกไปอย่างนั้น หากมีการเก็บเอกสารการบรรยายที่พวกเขาเติม เราก็จะได้มีความคิดแตกกระจายหลากหลายมาก ซึ่งนั่นง่ายต่อการที่จะเลือกมาพัฒนาเป็น "นวัตกรรม" !

ที่สำคัญ มันเป็นการบันทึกจากความทรงจำ แม้เอกสารหายไป องค์ความรู้ก็ยังอยู่ติดสมอง ติดตัวพวกเขา? เพราะทั้งได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ได้คิด ได้ลงมือทำกับมือ



ถ้วยต้มไข่ ซึ่งได้รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์จากต่างประเทศมากมาย มีหลักการง่าย ด้วยการสร้างลูกบิดกำหนดการระเหยของน้ำร้อน


บรรยากาศในห้องประชุมสร้อยเพชร 3 เวลา 18.00 น. ผู้เข้าอบรมเริ่มทะยอยกันเข้ามา



ผมแบ่งการบรรยายคราวนี้ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือเรื่อง "ความคิดสร้างสรรค์" แล้วก็จะต่อด้วย "นวัตกรรม" ปิดท้ายด้วยเรื่องของ "อีคอมเมิร์ช" ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้จัดและผู้เข้าอบรมขอเพิ่มเติมมา เนื่องจากเห็นว่ามีประสบการณ์ด้านนี้อยู่แล้ว ทำให้ต้องขยายเวลาออกไปจากเดิมอีกหนึ่งชั่วโมง


+++++++++++++++++++++++++++++

ความหมายของ ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ก็คือความคิดที่แปลกแตกต่าง เป็นสิ่งใหม่และเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติ


การจะเริ่มต้นความคิดสร้างสรรค์ได้นั้น ต้องรู้จักฝึกและสร้างระบบความคิดของตัวเองก่อน โดยไม่ยอมจำนนต่อสภาพแวดล้อมเดิมๆ และที่สำคัญต้องกล้าจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ที่ใครคนอื่นมองไม่เห็น ผมจึงนำแบบทดสอบมาให้พวกเขาได้ฝึกสมองตนเอง โดยมีรางวัลที่หนึ่งเป็น หนังสือ "เมื่อ SMEs จะมีเว็บไซต์" รางวัลที่ 2 เป็นที่เก็บแปรงหัวหมีแพนด้า และรางวัลที่ 3 เป็นไปรษณียบัตรส่งชิงโชคชื่อลูกหมีแพนด้า (เขาอาจได้รับเงิน 1 ล้านบาท)

+++++++++++++++++++++++++++++++++


ของรางวัลเป็นเพียงสีสันเท่านั้น ที่สำคัญผมต้องการให้ทุกคนได้ฝึกคิด โดยมี 5 ด่าน คือด่านแรกผม มีจุดดำแล้ว ให้ทุกคนคิดว่าคือ ภาพอะไรได้บ้าง เช่น วงกลม, สีดำ, ปากท่อ, หลุมดำ ฯลฯ ใครได้มากที่สุดในเวลา 3 นาทีก็เก็บแต้มทำคะแนนสะสมไป ปรากฏว่ามีท่านหนึ่งได้ถึง 21 นิยาม รวมถึงสุริยุปราคราด้วย !!! แบบฝึกหัดนี้ ทำให้เราตีความ จากการมองเห็น นอกจากสัญญลักษณ์แล้วยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่สิ่งต่างๆ ได้อย่างมากมาย ในเชิงธุรกิจเราสามารถนำความรู้นี้มาดัดแปลงสร้างเป็นโลโก้ หรือเครื่องหมายการค้าได้

++++++++++++++++++++++++++++

ด่านที่สองเป็นเรื่องของ รถประจำทาง ดังภาพ คำถามคือ รถคันนี้จะวิ่งไปทางไหน !?ความจริงแล้ว คำตอบนี้มีให้เลือกเพียง 2 ข้อเท่านั้น คือ ซ้าย หรือ ขวา แต่ก็ยังมีผู้อบรมบางรายพยายามคิดว่ามันวิ่งไปทางไหนก็ได้ (ผมคิดว่าอาจจะเป็นผลข้างเคียงจากการผ่านด่านแรกมาอย่างสะบักสะบอม) เลยต้องบังคับตอบว่าทางซ้าย หรือขวา
คำตอบนี้มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวครับ หากท่านเข้าใจโครงสร้างรถโดยสารจริง ว่าทุกคันต้องมีประตู เมื่อท่านรู้ว่าประตูอยู่ด้านไหน ท่านจะเข้าใจเองว่า มันกำลังวิ่งไปทางใด ดังนั้นการที่จะทำนวัตกรรมได้ต้องรู้เรื่องนั้นให้กระจ่าง ถ่องแท้เสียก่อน



แบบฝึกหัดที่ 3 ผมนำมาจากทฤษฏี 9 จุด (Nine Dot) ของฝรั่ง ซึ่งนานมากแล้ว ว่าจะลากเส้นเชื่อมโยงจุดทั้ง 9 ด้วยเส้นตรงสี่เส้นโดยไม่ยกปากกาได้อย่างไร........ด่านนี้คือสอนให้รู้วิธีคิดนอกกรอบ เป็นเรื่องที่คนอื่นมองข้าม และไม่คิดจะทำ ผมยกตัวอย่างถุงกล้วยแขกของวัดสวนแก้วครับ ที่อื่นอาจใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ แต่ที่วัดนี้ พระพยอมกล้านำโฉนดมูลค่า 10 ล้านบาทมาพิมพ์พับเป็นถุงใส่กล้วยแขก ปรากฏว่าขายดีมาก บางคนขับรถมาไกล ขายกล้วยหมดแล้ว เหลือแต่ถุงก็ยังซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก Amazing Thailand!!!
++++++++++++++++++++++++++++

ด่านที่ 4 เป็นเรื่องของการเพิ่มมูลค่าจากสินค้าเดิม โดยผมยกตัวอย่างปากกาที่มีทัมป์ไดร์ฟ ให้ผู้เข้าอบรมคิดว่าปากกาในอนาคตควรมีอรรถประโยชน์ใดเพิ่มขึ้นอีกบ้าง ผู้บริโภคจึงจะอยากใช้ มีผู้ให้คำตอบว่า "บลูทูธ" ! อินเทรนด์ดีจัง!


เมื่อรู้ว่าความคิดสร้างสรรค์จะสร้างได้อย่างไร ? (แนวความคิดเชื่อมโยงความสัมพันธ์จากสิ่งหนึ่งไปสู่สิ่งใหม่, การรอบรู้สิ่งนั้น เข้าใจอย่างแท้จริง, การคิดนอกกรอบ, การสร้างมูลค่าเพิ่มที่ตลาดต้องการ ) ผมก็พาเขาไปรู้จักสินค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากแนวคิดดังกล่าว แล้วสรุปว่า การเพิ่มมูลค่าธุรกิจของตัวเองนั้น ไม่ได้หมายถึงว่าต้องสร้างสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่รู้จักคิดสร้างสรรค์จากสินค้าเดิม ใช้นวัตกรรมที่อยู่แล้ว มาพัฒนาได้ เช่นกรณีศึกษากล้วยตาก bananaclick ซึ่งแก้ปัญหาของสินค้าเดิมด้วยบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ ใช้นวัตกรรม พลังแสงอาทิตย์ผลิตสินค้า และใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางจำหน่าย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แบบฝึกหัดสุดท้าย จึงขอให้พวกเขาลองคิดว่าจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม จัดการกับธุรกิจของเขาให้ดีได้อย่างไร
•สินค้า
•กลุ่มเป้าหมาย
•ประโยชน์
•กระบวนการ
•ช่องทางการจัดจำหน่าย
•การติดต่อสื่อสาร

ขอขอบคุณ คุณกร, คุณนารถ และพี่จเร , คุณปุ๊ก (พรทิพย์ พานิช) ผู้ประกอบการธุรกิจจากชลบุรี และคุณเกด, คุณประทีป ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้การสัมมนาครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น สำหรับผู้เข้าอบรมที่สนใจจะสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อผมได้ทางอีเมล bananaclick@gmail.com นะครับ ผมจะรีบตอบให้ เสียดายว่ายังทำรายชื่อและประเภทธุรกิจไม่ได้ เนื่องจากมีผู้ส่งเพียง 2-3 รายเท่านั้น ถ้าอย่างไร ใครอยากได้ทำเนียบรุ่นบนเว็บไซต์ก็ทะยอยแจ้งผ่านทางอีเมลข้างต้นได้ ผมจะได้มีข้อมูลจัดทำให้ฟรีครับ
++++++++++++++++++++++++++++++++++
หมายเหตุ : สังเกตุว่าระหว่างบรรทัด แทนที่ผมจะใช้เส้นคั่น ผมจะใช้เครื่องหมายบวกแทน เพียงอยากบอกว่าความคิดสร้างสรรค์ ต้องเริ่มต้นด้วยการคิดบวก (เรื่องที่ดี) เสียก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น